เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมนาฬิกา Vintage บางเรือนทั้งๆที่อายุมันมากกว่าเจ้าของเสียอีก แต่ราคามันกลับสูงกว่านาฬิกาโมเดลเดียวกันที่พึ่งออกจากโรงงานมาไม่นาน? วันนี้เราจะมามาทำความรู้จักกับปรากฏการณ์บนหน้าปัดนาฬิกา หรือ Patina ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้สามารถทำให้ราคาของนาฬิกาเรือนนั้นเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าเลยก็ได้

Patina มีด้วยกันหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีของพรายน้ำเมื่อสารเรืองแสงเริ่มเสื่อมสภาพเพราะแสง UV การเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างส่วนผสมของเหล็กบนหน้าปัดกับออกซิเจนในอากาศเมื่อถูกใช้ไปนานๆ หรืออาจจะเกิดจากความผิดผลาดจากทางโรงงานเองก็ได้อย่างเช่น สารแลคเกอร์ที่ใช้เคลือบที่ไม่ได้มาตรฐานเลยทำให้ชั้นบนสุดของหน้าปัดแตกเป็นรอยคล้ายใยแมงมุม

Patina สามารถทำให้ราคาของนาฬิกาเรือนนึงเพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัวก็จริงแต่ก็ไม่เสมอไป เพราะราคาก็จะขึ้นอยู่กับความสวยงามของ Patina ที่เกิดขึ้นและสภาพของนาฬิกาด้วย หากว่า Patina ที่เกิดขึ้นไม่ตรงต่อความต้องการของตลาดมันก็อาจจะถูกมองว่าก็เป็นนาฬิกาเก่าๆ หน้าปัดลอกๆเรือนนึง กลับกันหากว่ามันตรงต่อความต้องการของตลาดราคามันก็สามารถเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลได้เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น Daytona Zenith ที่ราคาอยู่ที่หลักแสนปลายๆแต่เมื่อเวลาผ่านไปจน Patina เริ่มเกิดขึ้นมากๆที่เข็ม Register ราคาของมันก็เพิ่มขึ้นมาถึง 4 ล้านกว่าๆได้เลย

ถึง Patina จะทำให้ราคาเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลแต่มันก็ต้องใช้เวลาหลายสิบปีเพื่อที่จะทำให้เกิด Patina จนเป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยสาเหตุนี้คนบางกลุ่มเลยเกิดความคิดที่จะทำ Patina ปลอมขึ้นมาโดยการนำนาฬิกาปีใหม่ๆไปใส่ในตู้ฉายแสง UV เพื่อที่จะทำการเร่งการเกิด Patina แต่ผลลัพธ์ที่ได้เมื่อนำมาเทียบกับของจริงแล้วก็สามารถแยกออกจากกันได้อย่างไม่ยากเลยครับ

Patina เกิดขึ้นได้หลายวิธีและมีผลต่อราคาของนาฬิกาเรือนนั้นมากเมื่อใช้านเป็นระยะเวลานานๆ และมันไม่ได้มีแค่การเกิดสนิมบนหน้าปัด แต่มันอาจจะเกิดจากความผิดผลาดจากทางผู้ผลิตเองก็ได้แต่เมื่อมันถูกนำออกมาในตลาดราคาของความผิดผลาดที่สวยงามเหล่านี้กลับทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ในครั้งหน้าเราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของ Patina กันครับ












