วันนี้เราจะมาแนะนำในส่วนของความพิเศษของวัสดุหลักจากแบรนด์นาฬิการะดับโลกอย่าง Rolex กันครับและวัสดุตัวนี้เราก็เชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาอย่างแน่นอนซึ่งมันก็คือ Oyster steel นั้นเองครับ วัสดุหลัดตัวนี้เกิดจากการพัฒนาของทางแบรน์เองโดยการนำ Stainless steel ที่เป็นส่วนผสมหลักมารวมกับเหล็กตัวอื่นๆจนเกิดเป็นอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงสูงมาก นอกจากนั้นมันยังสามารถทนทานต่อสภาพอากาสที่เลวร้ายได้เป็นอย่างดี ด้วยสาเหตุนี้ อัลลอยด์ชนิดนี้เลยถุกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและการสร้างวัตถุบนฟ้ามาเป็นเวลานานแล้ว แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทาง Rolex ได้นำอัลลอยด์ชนิดนี้มาทำนาฬิกาเพราะว่า มันจะมีความเงางามเหนือกว่าเหล็กชนิดอื่นๆเมื่อถูกขัด และแน่นอนว่า เมื่อมาอยู่บนข้อมือแล้วมันก็จะดูดีมากๆเลยทีเดียว

Rolex จะแบ่งนาฬิกาออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆคือ Oyster Perpetual Classic, Oyster Perpetual Professional, และ Cellini ซึ่งวัตถุประสงค์ของการเลือกใช้วัสดุก็จะต่างกันออกไปครับ
Oyster Perpetual Classic
กลุ่มนี้จะเป็นนาฬิกาที่เน้นความเรียบหรูและมีฟังชั่นการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันอย่างเช่น การบอกเวลาทั่วไป ไปจนถึงการบอกวันที่และวันของสัปดาห์ นาฬิกาตระกูล Classic หลักๆก็จะประกอบไปด้วย Datejust, Day-Date, Sky-dweller, Perpetual, Pearl master สำหรับนาฬิกากลุ่มนี้บางโมเดลก็อาจจะมีการผสมผสานระหว่างการใช้ Oyster steel และวัตถุดิบอย่างอื่นเช่น 18ct yellow gold, white gold, Everose gold หรือ Platinum.
Oyster Perpetual Professional
กลุ่มนี้จะเน้นความเข้ม ความแข็งแรง และการใช้งานจริงครับ สามารถสังเกตได้ง่ายๆจากบริเวณขอบของนาฬิกาว่าแต่ละตัวก็จะมีฟังชั่นต่างกันไป อย่างเช่น Tachymeter บน Daytona ที่เอาไว้วัดความเร็ว 24- hour บน GMT เอาไว้บอกเวลาของ 2 Time zones ไปพร้อมๆกัน นาฬิกาที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็จะมีพวก Daytona, GMT- Master, Submariner เป็นต้นครับ
Cellini Collection
กลุ่มนี้จะเป็นนาฬิกาที่คงความคลาสสิคไว้ได้เป็นอย่างดี นาฬิกาทรงกลมกับสายหนังที่ดูเหนือการเวลา ที่มีการตกแต่งด้วยวัสดุหรือแนวคิดสมัยใหม่ลงไปบ้างเล็กน้อยเพื่อทำให้ดูทันสมัยขึ้น สำหรับนาฬิกามาดคุณชายแบบนี้ถึงจะไม่ได้เห็นในตลาดนาฬิกาในปัจจุบันได้บ่อยๆ แต่ราคาก็ไม่ได้ทิ้งห่างกับโมเดลที่เก็บไว้ทำกำไรกันมากมายเลยครับ












