Luminor
ด้วยความที่ Luminor ถูกพัฒนามาจากนาฬิกาดำน้ำของทหารอิตาลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทำให้มั่นใจได้ว่าตัวเคสและCrown guard ของมันนั้นมีความแข็งแรงทนทานสูงอย่างแน่นอน ส่วนของหน้าปัดจะมีขนาดใหญ่ถึง 44mm และ ทั้งตัวเลขและเข็มยังถูกเคลือบสารเรืองแสงที่ถือว่าสว่างมากเมื่อเทียบกับนาฬิกาดำน้ำจากแบรนด์อื่นๆ
[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7480″ img_size=”medium” alignment=”center”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]Luminor 1950
ตัวนี้จะมีลักษณะภายนอกที่คล้ายกับตัว Luminor ปกติ แต่หน้าปัดของ 1950 จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย (47 mm) นอกจากนั้นขอบที่ติดกับเลข 9 ของ 1950 จะต่างกับ Luminor ธรรมดาตรงที่ ขอบของรุ่นนี้มันจะเป็นเส้นตรงแทนที่จะเป็นโค้งๆเหมือน Luminor ปกติ ส่วนที่ Crown Guard ของรุ่นนี้จะมีการลัก “R.E.G.T.M” หรือ ” Registered Trademark”[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7476″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]
Radiomir
ก่อนที่ Luminor จะถูกนำออกมาใช้ กองทัพเรือของอิตาลีก็ใช้ Radiomir มาสักพักแล้ว โดยชื่อ Radiomir ได้มาจากสารที่ใช้เคลือบเลขและเข็มบอกเวลานั้นเอง ตัวหน้าปัดของรุ่นนี้จะมีขนาดต้องแต่ 47mm และบริเวณขาที่ติดกับสายข้อมือจะมีลักษณะคล้ายกับหูกระทะ ส่วนตัว Crown guard ก็ยังไม่ถูกนำมาใส่เหมือน Luminor อีกหนึ่งจุดเด่นของซีรีย์นี้อยู่ที่เข็มวินาที ที่อยู่บริเวณเลข 9[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7477″ img_size=”medium” alignment=”center”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]
Radiomir 1940
เช่นเดียวกับตัว Luminor และ Luminor 1950 ตัวของ Radiomir 1940 ก็คล้ายกับตัว Radiomir มากเช่นกัน แต่ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง 2 รุ่นนี้อยู่ตรงที่บริเวณ lugs หรือ ขานาฬิกานั้นถูกหลอมเป็นชิ้นเดียวกับตัวเรือนไปเลยจะไม่ได้แยกประกอบเหมือน Radiomir รุ่นอื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้นาฬิกาต้ายทานต่อแรงดันของน้ำได้มากกว่าเดิมนั่นเอง[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]












