Facebook Comments
นาฬิกา AUDEMARS PIGUET, สาระน่ารู้เรื่องนาฬิกา
Radium Talk: ทำไมต้อง Royal Oak 15202? Part 1
[vc_row][vc_column][vc_column_text]วันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งตำนานของ Audemars Piguet อย่าง Royal Oak 15202 สำหรับนาฬิกาเรือนนี้จะแตกต่างจากครอบครัว Royal Oak ตรงที่ตัวเรือนมีความหนาเพียง 7mm และ ขนาดหน้าปัดที่กว้าง 39mm มันเลยเป็นที่มาของชื่อ “Extra thin Jumbo Royal Oak” นอกจากความบางที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วนาฬิกาเรือนนี้ยังมีประวัติที่ยาวนานซึ่งเราจะมาเล่าให้ฟังในพาร์ทแรกนี้กันครับ[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7775″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]ย้อนไปในปี 1971 นักออกแบบนาฬิกาผู้เป็นตำนานในนาม Gerald Genta ได้ประดิษฐ์ Royal Oak ตัวแรกออกมาซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากหน้าต่างเรือรบหลววงของอักกฤษที่ถูกปลดเกษียณในปี 1914 และโมเดลตัวแรกนี้ถูกตั้งชื่อว่า AP Royal Oak 5402 การผลิตของรุ่นนี้เริ่มต้องแต่ Series A ไปจนถึง D หรือ ปี 1972 ไปจนถึงช่วงปลายของยุค 70 สำหรับ Caliber จะใช้เป็น 2121 และหน้าปัดจะมีออกมาแค่สีดำเพียงสีเดียว ส่วนกระแสตอบรับในช่วงแรกๆก็ไม่ดีเท่าไหร่นักเพราะถ้าเถียบกับนาฬิกา Steel เรือนอื่นๆแล้ว 5402 ถือว่าแพงหูฉีกเลยทีเดียว (3500 ยูโร) หลังจากการเปิดตัวมาไม่กี่ปียอดขายของมันก็ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจน AP ต้อง Collectionใหม่อย่าง Yellow Gold ออกมาในปี 1977 แต่แล้วก็ต้องเลิกผลิตไปในช่วงต้นของยุค 80[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7776″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]ต่อมาในปี 1992 ซึ่งเป็นปีที่ Royal Oak ครบรอบ 20 ปีพอดีทางแบรนด์เลยได้ปล่อยโมเดล Royal Oak 14802 ซึ่งเป็นการถอดแบบมาจาก 5402 แต่เปลี่ยนตรงที่กระจกเรือนถูกเปลี่ยนมาใช้ Saphire Crystal แทน แต่รุ่นนี้มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 1000 เรือนทั่วโลกเท่านั้น และในพันเรือนนี้ 700 เรือนจะเป็น Steel, อีก 280 เรือนทำมาจาก Yellow Gold และ 20 เรือนสุดท้ายทำมาจาก Platinum ข้อสังเกตอีกอย่างคือโลโก้ “AP” จะอยู่บริเวณตัวเลข 12 แทนที่จะอยู่เหนือตัวเลข 6 เหมือนกับ 5402 แต่แล้วมันก็ถูกปิดตำนานลงในปี 2000[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7777″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]ถัดมาจากนั้นอีก 12 ปีก็เป็นการครบรอบ 40 ปีของ Audemars Piguet ทางแบรนด์เลยได้ทำการผลิตออกมาอีกช่วงแต่ครั้งนี้มันถูกตั้งชื่อว่า 15202 และนอกเหนือจากโมเดลที่เป็นตัว Steel แล้วในรุ่นนี้ก็ยังมีโมเดลที่ทำจาก Rose Gold ด้วย อีกหนึ่งข้อสังเกตหลักๆของรุ่น 15202 คือโลโก้ “AP” ได้กลับมาสู่จุดเดิมที่บริเวณเหนือเลข 6 แล้ว ส่วนขนาดของหน้าปัดและความหนาของตัวเรือนก็ยังคงสัดส่วนเดิมมาต้องแต่ 5402ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]












