Radium Talk: ความลับที่ซ่อนอยู่ในหน้าปัดของ Audemars Piguet

[vc_row][vc_column][vc_column_text]หากมองแค่เปลือกนอกหน้าปัดของ Audemars Piuget ก็อาจจะดูเหมือนแค่ว่าเป็นวงกลมวงนึงที่มีสีเหลี่ยมอีกหลายๆชิ้นวางต่อกันไปเรื่อยๆและมีตราโลโก้แบรน์ประดับอยู่แค่นั้น แต่คุณรู้หรือไหมว่าจริงๆแล้วหน้าปัดมีลายถึง 4 แบบ โดยที่แม้แต่นักสะสมนาฬิกาถั่วโลกบางคนยังแยกไม่ออก เราเลยจะมาดูกันว่าลายหน้าปัดทั้ง 4 แบบนี้มันต่างกันยังไง[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7728″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]ประวัติของ Tapisserie

ลาย Tapisserie หรือ ลายที่เกิดจากการเรียงตัวของสีเหลี่ยมที่คุณเห็นได้ทั่วไปบนนาฬิกาของ Audemars Piguet ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากพรมของฝรั่งเศษ หากสังเกตุดีๆแล้วคุณจะเห็นว่ามุมทั้งสี่ของสี่เหลี่ยมมันไม่ใช่มุมฉากและหากมองลึกลงไปอีกก็จะเห็นเป็นเส้นวงกลมเล็กๆที่อยู่ระหว่างช่อง

[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]ลายเส้นวงกลมเล็กๆระหว่างช่องเกิดเนื่องมาจากขั้นตอนของการผลิตหน้าปัด ในโรงงานของ Audemars Piguet ช่างจะนำแผ่นทองเหลืองวงกลมแบนๆมาวางลงบนเครื่องจักรที่จะหมุนเป็นวงไปเรื่อยๆและจะมีหัวเหล็กแหลมอีกหนึ่งหัวที่จะคอยขูดลงบนแผ่นทองเหลืองเผื่อจะทำให้เกิดลายเส้นนั้นเอง ส่วนหน้าปัดหนึ่งแผ่นจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 20-50 นาทีขึ้นอยู่กับขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลาง[/vc_column_text][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7729″ img_size=”large”][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7730″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]ประเภทของ Tapisserie

Vintage Petite Tapisserie ลายนี้จะสามารถพบได้ในรุ่นที่ถูกผลิตระหว่างช่วงปี 1980-1990 โดยสีเหลี่ยมของลายนี้จะมีขนาดที่เล็กมากและการเรียงตัวของสี่เหลี่ยมจะแน่นกว่าทุกลายมาก[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7732″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]Petite Tapisserie ลายนี้จะแตกต่างกับ Vintage เพียงแค่ขนาดของสี่เหลี่ยมจะใหญ่กว่าเล็กน้อยและหากคุณนับจำนวนของสี่เหลี่ยมในแถวที่จุดกลางของนาฬิกาแล้ว Vintage จะมีทั้งหมด 20 ชิ้น แต่ลายรุ่นใหม่จะเหลือแค่ 18 เท่านั้น[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7733″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]Grande Tapisserie ข้อสังเกตง่ายๆของลายนี้คือขนาดของสีเหลี่ยมจะใหญ่กว่า Petite ประมาณครึ่งนึงและการสกรีนโลโก้หรือ “Automatic” จะอยู่บนผิวเรียบที่ไม่ถูกตัดจากเครื่องจักร[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7734″ img_size=”large”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]Mega Tapisserie ลายสุดท้ายนี้เป็นอะไรที่สังเกตง่ายที่สุดแล้วครับเพราะมันจะถูกพบบนหน้าปัดของนาฬิกาที่มีขนาด 44mm เท่านั้น ขนาดของสี่เหลี่ยมก็จะใหญ่กว่าลาย Grande ถึงสองเท่า จุดเด่นอีกอย่างคือตัวโลโก้ที่ถูกสแตมลงบนหน้าปัดแทน[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.