GMT- Master หรือ ” Fat Lady ” ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 1953 โดยนักบินของ Pan Am เพื่อที่พวกเขาจะสามารถรู้เวลาของ 2 Time zone ไปพร้อมๆกันได้ GMT – Master Series เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สุดของทางแบรนด์และในช่วงปี 1980 Rolex ได้ออก GMT -Master II Series ออกมา วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 ความแปลกใหม่ที่ทาง Rolex ได้ใส่เข้าไปใน GMT – Master II 16760 เป็นตัวแรก
[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7402″ img_size=”full”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]1. The First in GMT – Master II Familyในปี 1983 Rolex ได้ทำการว่างจำหน่าย 16760 เป็นครั้งแรก ถ้าเราเอา Master II ไปเปรียบเถียบกับ Master I ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าตัวกรอบมีขนาดที่ใหญ่กว่า กรอบตัวเรือนกว้างกว่า และ Crown Guard ที่ใหญ่กว่า ด้วยขนาดและความโค้งเรียวที่เพิ่มขึ้น Model ของนาฬิกาเรือนนี้จึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับหุ่นของนางแบบสาวชื่อดังชาวอิตาลีในสมัยยุคนั้นอย่าง “Sophia Loren” หรือ “Fat Lady” นั้นเอง[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7403″ img_size=”full”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]2. The ” Coke ” Bezel
จุดเด่นที่สุดอีกหนึ่งอย่างของ 16760 คือกรอบเรือนที่เป็นสีแดงและดำ ซึ่งเป็นครั้งแรกของทาง Rolex ที่มีการใช้สีมากกว่าหนึ่งสีในการตกแต่งตัวกรอบเรือน จึงทำให้มันมีชื่อเรียกเล่นๆว่า “โค้ก(สีดำและแดง)”, “เป็ปซี่ (สีน้ำเงินและแดง)” หรือ “รู๊ทเบียร์(สีน้ำตาลและทอง)” การทำตัวกรอบเรือน 2 สีของนาฬิการุ่นนี้ไม่ได้ทำให้มันเป็นแค่เพียงเอกลักษณ์ของ Rolexรุ่นนี้ แต่มันยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทำให้ผู้ใส่สามารถแยกแยะเวลาระหว่างกลางวันและกลางคืนขณะที่ดูนาฬิกาได้อย่างแม่นยำ[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7404″ img_size=”full”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]3. First to use Sapphire Crystal
ย้อนไปในช่วงยุคก่อนหน้า Rolex รุ่น 16760 ตัวกระจกหน้าปัดของ GMT-Masters เป็นอะคลิริค คริสตัล ในขณะที่ตัวกระจกหน้าปัดของ GMT-Master II ได้ถูกทำจาก ซัฟไฟล์ คริสตัลแทน อะคลิริค คริสตัล ซึ่งทำให้ตัวกระจกของนาฬิการุ่นนี้ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากขึ้น[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7405″ img_size=”full”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]4.First to use white gold on the dial
สิ่งแปลกใหม่อีกอย่างของนาฬิการุ่นนี้ก็คือการใช้ทองคำขาว 18k ในการตกแต่งเข็มนาฬิกา เพื่อที่จะป้องกันการมัวหมองของเข็มนาฬิกาเพื่อให้นาฬิการุ่นนี้คงความสวยงามไว้ให้นานที่สุด[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column width=”1/2″][vc_single_image image=”7406″ img_size=”full”][/vc_column][vc_column width=”1/2″][vc_column_text]5.First to have an independent center hour hand
นาฬิการุ่นนี้เป็นแรงงขับเคลื่อนในกลไกของนาฬิการุ่นใหม่ๆในRolex เพราะโดยปกติแล้วนาฬิกาทั่วๆไปมักจะต้องหมุนเข็มนาทีให้ครบ1รอบก่อนจึงจะเลื่อนเข็มชั่วโมงไปหนึ่งชั่วโมงได้ ฟังชั่นใหม่ที่เพิ่อมชึ้นมานี้เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมากโดยการปรับปรุงให้ผู้ใช้สามารถปรับเข็มชั่วโมงได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการหมุนเข็มนาที[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]












